ฟรีเว็บบอร์ด | สร้างเว็บบอร์ดฟรี | บันทึกหน้านี้ | 2532 เข้าชม | 261 คะแนน | ให้คะแนน
::: ผู้สนับสนุน :::
>>> หมวดหมู่หลัก : ธรรมะกับชีวิต : : : หมวดหมู่ย่อย : หลักธรรม คำสอน <<<
หัวข้อกระทู้ ปฏิบัติธรรม ในชีวิตประจำวัน ( อ่าน 495 ครั้ง ) บันทึกหน้านี้

Post By : MY15

รูปของสมาชิก MY15
ระดับ : ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
IP : 118.175.205.xxx
กระทู้ : 18 โพส
พลังน้ำใจ : 1
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ค่าพลังชีวิต : 0.50%
HP member status
ค่าประสบการณ์ : 100%
member status

ข้อมูลสมาชิกของ
::: เมื่อ : พฤหัสบดี 5 เดือน เมษายน ..2555 09:20:33 ::: กระทู้ : คะแนน ::: อ่านแล้ว : 495 ครั้ง :::
Quote Topic Save Topic No Use Topic

  • ปฏิบัติธรรม
    ในชีวิตประจำวัน

              การศึกษาธรรมแล้วไม่ฝึกปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง ก็เท่ากับเป็นการสูญเปล่า.
    การฝึกปฏิบัติที่สมบูรณ์ที่สุด คือ การฝึกปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์และทำจิตให้บริสุทธิ์ผ่องใสในชีวิตประจำ วัน ไม่ใช่แค่ในสถานที่ฝึกปฏิบัติธรรมเท่านั้น.


              การฝึกปฏิบัติธรรมโดยสรุป คือ การฝึกเจริญสมาธิสลับกับการฝึกเจริญสติในชีวิตประจำวัน.

              บางท่านอาจคิดว่า มรรคมีตั้ง ๘ ข้อ ทำไมการปฏิบัติธรรมมีเพียงแค่การเจริญสมาธิและการเจริญสติเท่านั้นเอง.
    เพื่อให้ท่านสบายใจ จึงจะกล่าวถึงมรรคมีองค์ ๘ อย่างย่อ ๆ  โดยให้ท่านเป็นผู้ประเมินตนเองว่า ขณะนี้ท่านเจริญ(กำลังทำให้มีความรู้และความสามารถมากขึ้น)มรรคมีองค์ ๘ อยู่หรือเปล่า ?

    การเจริญมรรคมีองค์ ในชีวิตประจำวัน
    มรรคมีองค์ ๘ ประกอบด้วยข้อปฏิบัติ ๘ ข้อ คือ ความเห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ กระทำชอบ อาชีพชอบ เพียรชอบ สติชอบ และสมาธิชอบ.
    มรรคข้อที่ ๑.  ความเห็นชอบ คือ การมีความรู้ในอริยสัจ ๔ หรือการมีความรู้ชอบ.  การศึกษาอริยสัจ ๔ อยู่เสมอ ๆ  ย่อมทำให้มีความรู้ชอบมากขึ้น หรือทำให้ความหลงลดลง ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ?
    มรรคข้อที่ ๒.  ดำริชอบ คือ การมีความดำริหรือคิดที่จะละอกุศลและทำแต่กุศล.  การคิดละอกุศลและคิดทำแต่กุศลอยู่เสมอ ๆ  ย่อมทำให้มีดำริชอบมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ? 
    มรรคข้อที่ ๓.  วาจาชอบ คือ การเว้นจากการพูดเท็จ ส่อเสียด คำหยาบ เพ้อเจ้อ.  การไม่คิดอกุศลและคิดแต่กุศลอยู่เสมอ ๆ  ย่อมทำให้มีวาจาชอบมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ?
    มรรคข้อที่ ๔.  กระทำชอบ คือ การละอกุศลและทำแต่กุศลด้วยกาย วาจา ใจ.  การไม่คิดอกุศลและคิดแต่กุศลอยู่เสมอ ๆ   ย่อมทำให้มีการกระทำชอบมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ? 
    มรรคข้อที่ ๕.  อาชีพชอบ คือ อาชีพที่ไม่เบียดเบียนตนเองหรือผู้อื่น.  การประกอบอาชีพด้วยการไม่คิดอกุศลและคิดแต่กุศลอยู่เสมอ ๆ  ย่อมทำให้มีอาชีพชอบมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ? 
    มรรคข้อที่ ๖.  ความเพียรชอบ คือ การมีความเพียรในการละอกุศลและเพิ่มแต่กุศล.  การมีความเพียรไม่คิดอกุศลและคิดแต่กุศลอยู่เสมอ ๆ  ย่อมทำให้มีความเพียรชอบมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ? 
    มรรคข้อที่ ๗.  สติชอบ คือ การมีสติในการศึกษาร่างกาย จิตใจและหลักธรรม(อริยสัจ ๔) เพื่อให้รู้แจ้งตามความเป็นจริงว่าไม่เที่ยง จะได้ไม่มีอุปาทาน รวมทั้งมีสติในการรู้เห็นความคิดและควบคุมความคิดให้เป็นไปตามโอวาทปาฏิ โมกข์.  การฝึกเจริญสติอยู่เสมอ ๆ  ย่อมทำให้มีสติชอบมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ?
    มรรคข้อที่ ๘.  สมาธิชอบ คือ การมีสติอยู่กับกิจเล็ก ๆ เพียงกิจเดียว เพื่อให้เกิดการปล่อยวางจากกิจต่าง ๆ  หรือหยุดการคิด หรือพักกายและใจ.  การฝึกเจริญสมาธิอยู่เสมอ ๆ  ย่อมทำให้มีสมาธิชอบมากขึ้น ใช่หรือไม่ ?  ขณะนี้ท่านกำลังเจริญมรรคข้อนี้อยู่ ใช่หรือไม่ ? 
    ถ้าท่านอ่านและฝึกปฏิบัติธรรมตามขั้นตอนที่เสนอแนะไว้ในหนังสือเล่มนี้ ก็น่าจะตอบว่า ใช่.
    ในชีวิตประจำวัน การฝึกเจริญสมาธิสลับกับฝึกเจริญสติเพื่อควบคุมความคิดให้เป็นไปตามโอวาทปา ฏิโมกข์ ก็เท่ากับท่านกำลังฝึกเจริญมรรคมีองค์ ๘ อย่างครบถ้วน.

    การฝึกปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวัน
    ในช่วงแรกของการฝึกปฏิบัติธรรม ท่านควรเร่งรัดตนเองเป็นพิเศษ เพื่อให้เกิดการเพิ่มพูนข้อมูลด้านสติปัญญาทางธรรมอย่างรวดเร็ว เพราะถ้าไม่เร่งรัด อาจพ่ายแพ้ความคิดที่เป็นอกุศลและเลิกลาการปฏิบัติธรรมไปได้โดยง่าย.
    เมื่อตื่นนอนขึ้นมาตอนเช้า ควรให้เวลาในการฝึกเจริญสมาธิอย่างจริงจัง เป็นเวลา ๑๐ - ๓๐ นาที.
    ครั้นออกจากการเจริญสมาธิแล้ว ให้ตั้งเจตนาว่า จะฝึกเจริญสติสลับกับการฝึกเจริญสมาธิไปทั้งวัน.
    ในชีวิตประจำวัน เมื่อท่านฝึกเจริญสติในขณะทำกิจต่าง ๆ ได้ประมาณ ๑ *** โมง(หรือตามความเหมาะสม) ควรสลับด้วยการฝึกเจริญสมาธิประมาณ ๓๐ - ๖๐ วินาทีหรือมากกว่า โดยไม่ต้องหลับตาก็ได้ เพื่อให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนเป็นระยะเวลาสั้น ๆ  จะได้ป้องกันการล้าของสมอง ซึ่งเท่ากับเป็นการพักและเตรียมตัวที่จะดำเนินชีวิตอย่างมีสติเต็มที่ใน *** โมงต่อไป.
    สำหรับคนที่มีภารกิจมาก โอกาสที่จะฝึกได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงอย่างไรก็ตามท่านก็ควรพยายามฝึกไปเรื่อย ๆ เท่าที่จะทำได้.
    ควรจัดให้มีเวลาในการฟังวิทยุ เทป อ่านหนังสือ โดยใช้เวลาประมาณวันละ ๑๕ - ๓๐ นาทีก็ยังดี รวมทั้งหาโอกาสไปฟังการบรรยายและฝึกปฏิบัติธรรมบ้างตามความเหมาะสม.  ไม่ควรยึดติดกับพระอาจารย์หรืออาจารย์ใดอาจารย์หนึ่ง เพราะจะเป็นการปิดกั้นวิสัยทัศน์ทางธรรม.
    ก่อนนอน ควรฝึกเจริญสมาธิเช่นเดียวกับตอนตื่นนอน หลังจากนั้นแล้ว ให้ฝึกมีสติตรวจสอบตนเองว่า ได้ปฏิบัติธรรมในชีวิตประจำวันดีเพียงใด สมควรจะแก้ไขอะไรบ้าง ?  การตรวจสอบเช่นนี้ จะทำให้เกิดความรู้(ปัญญา)ในการที่จะแก้ไขข้อบกพร่องให้หมดไป.
    ขณะนอนให้ฝึกมีสติเพื่อการนอนหลับไปด้วย.
    ในช่วงแรกของการฝึกเจริญสติ ควรประเมินผลการฝึกปฏิบัติธรรมบ่อย ๆ หรือทุก ๑ - ๓ *** โมง.  เมื่อพบข้อผิดพลาด ก็ควรตักเตือนตนเองอยู่เสมอ ๆ  จนกว่าจะไม่เกิดการผิดพลาดขึ้น *** ก
    เมื่อเก่งขึ้นตามสมควรแล้ว ก็ควรฝึกประเมินผลวันละ ๒ - ๓ ครั้ง เพื่อช่วยเร่งรัดให้มีการฝึกปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง.
    ทุกครั้งที่มีสติรู้ว่าคิดหรือทำอกุศล ก็ให้ตั้งใจ(ตั้งสติ)ตักเตือนตนเองซ้ำแล้วซ้ำ *** กว่า "เราจะไม่คิดและไม่ทำเช่นนี้ *** กต่อไป".  ทั้งนี้ เพื่อสร้างเจตนาที่เป็นกุศลซ้ำแล้วซ้ำ *** ก ทำให้ข้อมูลกุศลเจตนามีอยู่ในความจำมากขึ้น.  นาน ๆ เข้า ข้อมูลเช่นนี้ในความจำของสมองย่อมมากขึ้น จนเพียงพอที่จะหยุดการคิดและการทำอกุศลได้อย่างมีประสิทธิภาพ.  ในอดีตเรานิยมใช้คำว่าอธิษฐานจิตใจ ซึ่งนั่นก็คือการตั้งเจตนาหรือดำริชอบนั่นเอง.
    การฝึกเจริญสมาธิสลับกับการเจริญสติในชีวิตประจำวัน จึงเป็นวิธีฝึกปฏิบัติธรรมที่สมบูรณ์ที่สุด และเป็นสุดยอดของการปฏิบัติธรรมเพื่อให้เป็นไปตามโอวาทปาฏิโมกข์ เพราะสามารถทำได้ทั้งวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน หรือกำลังทำอะไรอยู่.
    เมื่อฝึกฝนเป็นประจำ พอนานเข้า สมองจะมีความสามารถในการทำหน้าที่ตามที่ได้ฝึกฝนเอาไว้จนเป็นอัตโนมัติ.


    การฝึกเจริญสมาธิสลับกับเจริญสติในชีวิตประจำวันเป็นสุดยอดการดูแลจิตใจของตนเอง.

              เมื่อฝึกอย่างจริงจังสักระยะเวลาหนึ่ง ข้อมูลด้านสติปัญญาทางธรรมในความจำก็จะมากขึ้น ทำให้จิตใจเบาสบาย สุขสงบ ผ่องใสมากขึ้น และไม่ค่อยมีความทุกข์ เป็นผลให้มีศรัทธาในการศึกษาและฝึกปฏิบัติธรรมอย่างจริงจังต่อไป.  ขณะเดียวกัน ความรู้และความสามารถในการรู้เห็นและควบคุมความคิดให้เป็นไปตามโอวาท ปาฏิโมกข์ก็จะมากขึ้นด้วย.

ฟรีเว็บบอร์ด โดย ICHAT เว็บไซต์ให้บริการสร้างเว็บบอร์ด ฟอรั่ม กระดานสนทนา กระดานถามตอบ กระดานบอร์ด เว็บไซต์รุ่น เว็บไซต์ส่วนตัว ที่เป็นมากกว่าคำว่า FREE !!
เวลาบน Server : อังคาร 16 เดือน กันยายน 2557 07:47:19 ; โหลดหน้านี้ : 0.0119 วินาที แต่งรูปจีนโดยโปรแกรมจีน