ฟรีเว็บบอร์ด | สร้างเว็บบอร์ดฟรี | บันทึกหน้านี้ | 2158802 เข้าชม | 4857 คะแนน | ให้คะแนน
::: ผู้สนับสนุน :::
>>> หมวดหมู่หลัก : ห้องสนทนา(สมาชิกทั่วไป) : : : หมวดหมู่ย่อย : สนทนาข่าว[อัพเดททุกวัน] <<<
หัวข้อกระทู้ วิถี"จักก้า"แห่งม.มหิดล มหาวิทยาลัยเมืองจักรยาน ( อ่าน 1410 ครั้ง ) บันทึกหน้านี้

Post By : hellothailand

รูปของสมาชิก hellothailand
ระดับ : ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
IP : 180.183.58.xxx
กระทู้ : 2832 โพส
พลังน้ำใจ : 135
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ค่าพลังชีวิต : 58.51%
HP member status
ค่าประสบการณ์ : 100%
member status

ข้อมูลสมาชิกของ
::: เมื่อ : พฤหัสบดี 7 เดือน กรกฏาคม ..2554 02:05:00 ::: กระทู้ : คะแนน ::: อ่านแล้ว : 1410 ครั้ง :::
Quote Topic Save Topic No Use Topic

  • พลาดิศัย จันทรทัต



    หลังนำร่องโครงการ "มหาวิทยาลัย สีเขียว" ในปี 2551 จนประสบความสำเร็จ เพิ่มพื้นที่สีเขียวถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ครอบคลุมอาณาเขต 1,242 ไร่ 20 ตารางวา

    "มหาวิทยาลัยมหิดล" ยังคงสานต่อภารกิจแห่งการเป็นแหล่งเรียนรู้เคียงคู่ธรรมชาติ อย่างจริงจังและใส่ใจ ด้วยการลดพื้นถนนสำหรับรถยนต์ลงกว่า 50 เปอร์ เซ็นต์ เพื่อปรับเปลี่ยนเป็นทางเท้า ทางขี่รถจักรยาน และพื้นที่จัดกิจกรรมสร้างสรรค์

    โดยในปี 2553 มหิดลได้ริเริ่มโครงการ "จักรยานสีขาว" ด้วยการนำจักรยานเก่าที่ได้รับบริจาคมาซ่อม แซมใช้เป็นรถจักรยานสาธารณะ พ่นสีขาวสะอาดตาให้นักศึกษา ตลอดจนบุคลากรมหิดล ใช้สัญจรในรั้วมหา วิทยาลัย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จึงมีการปรับกลยุทธ์พัฒนาระบบรถจักรยานสาธารณะ จนกลายเป็นระบบจักรยานครบวงจรในมหาวิทยาลัยที่แรกของประเทศไทย มี ระบบสมาชิก ขยายเส้นทางรถจักร ยานจากเดิม 2.5 กิโลเมตร เป็น 5 กิโลเมตร จัดทำ แผนที่เส้นทางใช้รถจักรยาน และให้ข้อมูลการดูแลรักษา รวมทั้งเปิดศูนย์ให้บริการซ่อมบำรุงจนออกมาสมบูรณ์แบบ

    "จักก้าเซ็น เตอร์" จึงเป็นจุดนัดพบของคนรักรถจักรยาน ที่มาร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ทั้งเปิดรับอาสาสมัครซ่อมรถจักรยานด้วย โดยคำว่า "จักก้า" เป็นศัพท์แสลงที่นักศึกษาใช้เรียกรถจักรยาน



    รศ.ดร.อนุชาติ พวงสำลี รองอธิการบดีฝ่ายระบบกายภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ดูแลโครงการ จักรยานสีขาว อธิบายที่มาของชื่อเรียกแนวๆ ที่เด็กมหิดลบัญญัติขึ้นเอง ในวงเสวนา MU Bike Forum "การมาถึงของวัฒนธรรมจักรยาน" ที่จัดขึ้นภายใต้โครงการ "วิถีจักรยาน วิถีมหิดล" บนเรือนไทย มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมี ดร.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม มูลนิธิโลกสีเขียว และ "โอ"อนุชิต สพันธุ์พงษ์ นักแสดงผู้หลงใหลรถจักรยาน รˆวมพูดคุย

    อ.อนุชาติ กล่าวว่า นักศึกษาและบุคลากรในมหาวิทยาลัยมหิดล มีมากกว่า 2 หมื่นคน มีรถยนต์เฉลี่ยต่อวันประมาณ 3,700 คัน เป็นที่มาของปัญหาจราจร มลภาวะ ที่สำคัญการก่อสร้างที่จอดรถ ต้องใช้เงินกว่า 140,000 บาทต่อรถยนต์ 1 คัน การใช้รถจักรยานจึงเป็นทางเลือก ที่นอกจากจะลดการเกิดอุบัติเหตุ และประหยัดเงินแล้ว ยังเป็นการออกกำลังกาย สร้างวิถีชีวิตที่ใกล้ชิดธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ภารกิจของโครงการมี 5 ด้าน คือ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับผู้ใช้รถจักรยาน ให้ความรู้การขับขี่อย่างปลอดภัย กระตุ้นให้นักศึกษาเห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดวัฒนธรรมจักรยาน รวมทั้งวางแผน อย่างเป็นระบบเพื่อให้ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี เป้าหมายก้าวไปสู่การเป็นต้นแบบมหาวิทยาลัยเมืองจักรยานในอนาคต เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยระดับโลก และเมืองใหญ่ๆ หลายแห่งทั่วโลก

    "ช่วง 3 ปี ที่ผ่านมา เราพยายามรณรงค์ภายใต้โครง การมหาวิทยาลัยสีเขียว ให้คนตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงาน และการเกื้อกูลธรรมชาติ เราลองผิดลองถูกมานานกว่า 2 ปี จนวันนี้ระบบต่างๆ เริ่มเข้าที่มากขึ้น ดูได้จากจำนวนนักศึกษาและบุคลากรที่ใช้รถจักรยานส่วนตัวเป็นพาหนะมีมากกว่า 4 พันคัน มีรถจักรยานสีขาวให้บริการอีก 420 คัน มีจักรยานของผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ รปภ. คนส่งเอกสารระหว่างหน่วยงาน"



    รองอธิการบดีฯ มหิดล เล่าด้วยว่า ใช้บทเรียนต่างๆ มาปรับปรุงพัฒนา อาทิ เชื่อมโยงเส้นทางรถจักรยานให้มีพื้นที่มากขึ้น เพิ่มที่จอดรถจักรยาน มาตรการความปลอดภัย จัดทำแผนที่รถจักรยาน และลงทะเบียนรถจักรยานสาธารณะ รถจักรยานส่วนตัว รวมทั้งรณรงค์สร้างแนวร่วมในมหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อ "Jakka is Cool" (จักก้า อิส คูล)

    โครงการนี้ยังต้องการส่งเสริมให้คนเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง สร้างแรงจูงใจด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม รถจักรยานจะเป็นสื่อที่ทำให้นักศึกษาเกิดการเรียนรู้ รู้จักคน รู้จักธรรมชาติ รู้จักสร้างเสริมสุขภาพ รู้จักลดการใช้พลังงาน หัวใจหลักของโครงการ และต่อยอดออกไปสู่ชุมชนศาลายา และหวังว่าจะเห็นมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่งเสริมให้นักศึกษาใช้รถจักรยานมากยิ่งขึ้น

    รศ.ดร.อนุชาติ กล่าวปิดท้าย ก่อนนำผู้ร่วมสนทนาปั่นบันไดพาหนะสองล้อ ลัดเลาะตามเส้นทางจักรยานที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ โดยมีจุดหมายปลายทางที่ "จักก้าเซ็นเตอร์" ศูนย์ที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าหอพักนักศึกษา ซึ่งมีรถจักรยานสีขาว และ สีเขียว ตั้งโดดเด่นอยู่บน โครงเหล็กหลังคา ที่ติดรางไฟฟ้าให้ล้อรถหมุนตลอด เวลา ด้านขวายกพื้นสูงใช้ไม้ทาสีน้ำตาลวางเรียงนอนสวยงามอยู่บนโครงเหล็ก ส่วนบนติดตัวหนังสือจักก้าเซ็นเตอร์สีเหลือง ตัดกับสีสันฉูดฉาดพาดแนวตั้งอยู่บน ปูนส่วนล่าง บ่งบอกอารมณ์สนุก สนาน ขณะที่ภาย ในใช้เนื้อที่เกือบทั้งหมดจัดเก็บ รถจักรยาน และอะไหล่รถ



    น.ส.วริษา สุวัฒนะโสภณ หรือ "ยูกิ" นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) หนึ่งในเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อธิบายหน้าที่ของ จักก้าเซ็นเตอร์ว่า เป็นศูนย์ที่ให้บริการยืมรถจักรยานสาธารณะ ด้วยวิธีทำบัตรสมาชิกจักก้า เมมเบอร์ การ์ด หรือใช้บัตรนักศึกษาแลกก็ได้ โดยกำหนดให้ยืมที่จุดไหนต้องคืนที่จุดนั้น

    ยืมได้ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 3 ทุ่มตรง ถ้าคืนผิดจุดหรือใช้รถเกินเวลาจะถูกปรับเงินวันละ 10 บาท นำไปเป็นค่าบำรุงรักษา นอกจากนี้ ยังให้บริการเติมลมยางฟรี หรือซ่อมบำรุงรถจักรยานส่วนตัวที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าร้านภายนอกสถานศึกษา

    ยูกิบอกด้วยว่า ขณะนี้มีรถจักรยานสาธารณะไว้คอยบริการตามจุดต่างๆ ในมหาวิทยาลัย 9 จุด ได้แก่ บริเวณหอพักนักศึกษา 11 จำนวน 100 คัน บริเวณสำนักหอสมุดและคลังความรู้ จำนวน 40 คัน บริเวณสำนักงานอธิการบดี จำนวน 10 คัน บริเวณสถานีรางรถไฟ จำนวน 50 คัน บริเวณลานจอดรถชั่วคราว 1 จำนวน 20 คัน บริเวณลานจอดรถชั่วคราว 2 จำนวน 20 คัน บริเวณประตู 4 จำนวน 20 คัน บริเวณประตู 2 จำนวน 20 คัน และบริเวณอาคารชุดพักอาศัย คอนโด มิเนียม อีก 20 คัน

    "อยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาขี่รถจักรยาน เพราะนอกจากร่างกายจะแข็งแรงแล้ว ยังเป็นพาหนะที่ไม่สร้างมลพิษในอากาศ หรือมลพิษทางเสียง" สาวน้อยผู้หลงใหลในรถจักรยานกล่าว



    ด้านดร.สรณรัชฎ์ จากมูลนิธิโลกสีเขียว ร่วมแสดงทัศนะว่า การเติบโตในวิถีจักรยาน จะสอนให้เรามีสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ไม่ทำลายธรรมชาติ เมื่อเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ ก็จะมีมุมมองที่แตกต่างออกไป ไม่มองผู้ที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ หรือรถจักรยาน เป็นเพียงมดตัวเล็ก หรือเป็นคนที่ด้อยกว่า เพราะเกิดการเรียนรู้ที่จะถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน

    "ขอชื่นชมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยชุดนี้ ที่มีวิสัย ทัศน์และตั้งเป้าให้มหิดล และ ต.ศาลายา เป็นเมืองแห่งสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ปลูกฝังค่านิยมที่ดีในด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อมแก่ตัวศึกษาซึ่งเป็นช่วงวัยแห่งการเรียนรู้ จะทำให้เมื่อหนุ่มสาวเหล่านี้จบออกไปทำงาน จะกลายเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนในสังคม" ดร.สรณรัชฎ์ กล่าวปิดท้าย

    วิถีจักรยาน วิถีมหิดล จึงเป็นโครงการคุณภาพ ที่ผลิดอกออกผลจาก "ปัญญาของแผ่นดิน" ชาวมหิดล
ฟรีเว็บบอร์ด โดย ICHAT เว็บไซต์ให้บริการสร้างเว็บบอร์ด ฟอรั่ม กระดานสนทนา กระดานถามตอบ กระดานบอร์ด เว็บไซต์รุ่น เว็บไซต์ส่วนตัว ที่เป็นมากกว่าคำว่า FREE !!
เวลาบน Server : พุธ 1 เดือน ตุลาคม 2557 04:53:49 ; โหลดหน้านี้ : 0.022 วินาที แต่งรูปจีนโดยโปรแกรมจีน