ฟรีเว็บบอร์ด | สร้างเว็บบอร์ดฟรี | บันทึกหน้านี้ | 122936 เข้าชม | 1465 คะแนน | ให้คะแนน
>>> หมวดหมู่หลัก : แจกแบบทดสอบวิชาต่างๆ : : : หมวดหมู่ย่อย : เทคนิค เคล็บลับในการเรียน <<<
หัวข้อกระทู้ เคล็ดลับการเรียนเก่ง ( อ่าน 65 ครั้ง ) บันทึกหน้านี้

Post By : MaThTeAcHeR

รูปของสมาชิก MaThTeAcHeR
ระดับ : ขุนหาญ
IP : 223.205.248.xxx
กระทู้ : 610 โพส
พลังน้ำใจ : 37
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ค่าพลังชีวิต : 12.30%
HP member status
ค่าประสบการณ์ : 20.00%
member status

ข้อมูลสมาชิกของ
::: เมื่อ : ศุกร์ 19 เดือน กรกฏาคม ..2556 16:39:17 ::: กระทู้ : คะแนน ::: อ่านแล้ว : 65 ครั้ง :::
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : ศุกร์ 19 เดือน กรกฏาคม ..2556 16:40:12
Quote Topic Save Topic No Use Topic

  • เคล็ดลับการเรียนเก่ง

    1.คุมเวลาตื่นนอนให้ได้ทุกวันก่อนครับ.


    เช่น ตื่น 6 โมงเช้านอน 4 ทุ่ม ซัก 1 เดือนติดต่อกัน
    ให้ได้ก่อนค่อยมาว่าจะอ่านหนังสือครับ.
    เพราะจะเป็นการจัดระบบมันสมองใด้อย่างดีเยี่ยม
    และจะรู้สึกว่าสมองมีพลังในการรับรู้ครับ.
    ถ้าทำข้อนี้ไม่ได้ อย่าคิดว่าจะเรียนให้ดีได้ยากครับ.


    2. หลักการอ่านหนังสือใด ๆ ไม่จำเป็นต้องอ่านทีละนาน ๆ คะ


    เช่นตั้งไว้ว่า วันนึง เราจะ อ่านซัก 1 - 2 ชม.ก็เกินพอครับ.
    แต่สำคัญอยู่ที่ความต่อเนื่องครับ. ถ้ายังบังคับตัวเองไม่อยู่ ข้อ 1. ก็เป็นการฝึกบังคับอย่างนึงแล้ว
    ต้องอ่านทุกวัน ไม่มีวันหยุดครับ.


    3. ที่ว่า 1 -2 ชม.นั้นต้องรู้ว่าตัวเองเราสามารถรับได้ครั้งละเท่าไรครับ.

    อย่างเช่นพี่จะ อ่านวันละ 2 ชม. แต่แบ่ง เป็น 4 ยกครับ. ครั้งละ 25 - 30 นาที
    และพัก 5- 10 นาที


    4. อ่านจบวันนึง ๆ ต้องมีสรุปแบบเล่มยาว ๆ เลยนะครับ.


    สรุปสั้น ๆ ว่าวันนี้ได้อะไรบ้าง สูตรอะไร ๆ หรือความเข้าใจอะไร


    5. ถึงตอนนอนให้นั่งสมาธิซัก 5 นาทีพอรู้สึกใจเริ่มนิ่ง ให้นึกที่เราสรุปไว้ เมื่อกี๊ครับ.

    ถ้านึกไม่ออกแสดงว่าสมาธิตอนอ่านหนังสือไม่ด ี
    ให้เปิดไฟ ลุกออกไปดูที่สรุปใหม่ แล้วนึกใหม่ครับ.



     

     

    6. ต้องรู้วิธีเรียนในแต่ละวิชาครับ.

    เช่น คณิต + ฟิสิกส์ เน้นความเข้าใจเป็นอันดับ 1
    เคมี เน้น เข้าใจ + ท่องจำบางอย่าง เช่น ตารางธาตุ ถ้าท่องยังไม่ได้แสดงว่าไม่เข้าใจว่ามันจำเป็นต้องจำ
    อังกฤษ เป็นเรื่องทักษะ ต้องใช้บ่อย ๆ ครับ.
    เวลาจะทำอะไรก็นึกเป็นภาษาอังกฤษบ้าง
    เช่นนึกจะทักเพื่อนว่าไปไหน ก็นึกว่า
    where do you go .? อะไรเป็นต้น
    แล้วก็ต้องเข้าใจ เป็นภาษาต่างด้าวยังมีคำหรือสำนวนที่เราไม่เข้าใจอีกเยอะ
    ดังนั้นเรื่องศัพท์ต้องรู้เยอะ ๆ เวลาจะไปดูหนัง Entertain กันทั้งที
    ก็เลือกดูเรื่องที่เขามีแต่ sub title เป็นภาษาอังกฤษ


    7. วิธีเรียนพวกวิชาที่ใช้ความเข้าใจ


    อันดับแรกต้องรีบศึกษาเนื้อหาทั้งหมดให้จบอย่างรวดเร็วครับ.
    ถามว่าอ่านจากไหน อย่ามองไกลครับ.
    แบบเรียนนั่นล่ะ อย่าเพิ่งไปมองพวกคู่มือ
    ถ้าเราอ่านแบบเรียนไม่รู้เรื่อง ก็อย่าไปหวังจะดูตำราอื่นเลยครับ.
    จากนั้นให้รีบหา แบบฝึกหัด มาทำในแบบเรียนนั่นล่ะให้ได้หมดก่อน
    จากนั้นค่อย เสาะหาตำราคู่มือที่คิดว่าเราดี อ่านแล้วเข้าใจอีกซักเล่มนึงมา
    อ่านเนื้อหาให้หมด อีกที แล้วทำแบบฝึกหัดในเล่มนั้นให้จบหมด .
    สำคัญคือความตั้งใจนะครับ.
    ต้องเข้าใจว่าเรา มีความรู้ในบทนั้น ๆ จบแล้ว
    ทำไมยังทำโจทย์บางข้อไม่ได้ พยายามคิด
    สุดท้ายไม่ออก ก็ดูเฉลย แล้วต้องตอบตัวเอง
    ให้ได้ว่าเราโง่ตรงไหน ทำไมทำไม่ได้
    โจทย์ข้อนั้น ๆ เป็นเทคนิคเฉพาะหรือเปล่า
    ต่อไป ก็เสาะหาพวกข้อสอบต่าง ๆ มาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้ว ก็ ทำ ๆ ๆ จนเกิดรู้สึกว่า
    บรรลุ !!! ในเรื่องนั้น ๆ มันเป็นความรู้สึกคล้าย ๆ สำเร็จเป็นผู้วิเศษอะไรทำนองนั้น หรือฝึกวิทยายุทธสำเร็จแบบนั้น
    มองโจทย์ปุ๊บ จะเกิดความคิด แปร๊บ ๆ ขึ้นมานึกออกทะลุหมด
    เมื่อนั้นรู้สึกแบบนี้เมื่อไร ให้รีบสรุปเนื้อหาบทนั้น ๆ ออกมา
    ในกระดาษขนาดประมาณ 2.5 นิ้ว คูณ 4 - 5 นิ้วครับ.
    ใช้หน้าหลังเขียนให้พอให้ได้ใน 1 บทต่อ 1 แผ่น อาจจะมียกเว้นบางบท
    เช่น สถิติ อาจใช้ถึง 6 แผ่น หรือตรีโกณ 3 แผ่น ส่วนใหญ่ไม่เกินหรอกครับ.
    จากนั้นปาตำราบทนั้น ๆ ทิ้งไปเลยครับ


    8. สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำอะไรก็ตามที่

    คือ ต้องมีความรู้ติดสมอง สามารถหยิบมาใช้การได้ทันทีครับ. ถ้าคิดจะเรียนเพื่อสอบนั่นก็แสดงว่า
    กำลังคิดผิดอย่างใหญ่หลวงครับ. เด็กสมัยใหมนี้ชอบคิดว่าเรียน ๆ ไปเพื่อสอบ สอบเสร็จก็เลิก
    นั่นเป็นเพราะผลพวงของระบบ แข่งในการศึกษาของไทยเราครับ. เด็กต้องสอบ Entrance เข้าต่อ
    ทำให้ไม่เกิดความรู้สึกในการใฝ่รู้
    ต้องเข้าใจว่าเราเรียนหนังสือนี่ ต้องถือว่าไม่มีใครมาบังคับเรา
    เราเรียนเพื่อตัวเราเอง เพื่อพัมนาสมองเราเอง พัฒนา มุมมองความคิดต่าง ๆ
    เพื่อให้เราเป็นยอดคนเอง สามารถที่จะพึ่งตัวเองได้ทุกเมื่อ
    ไม่ว่าจะยังอยู่ในความดูแลของผู้ปกครองหรือหลุดจากอ้อมแขน บิดามารดาเมื่อไร
    ต้องสามารถที่จะกล้าคิดและทำ พึ่งตัวเอง ยังชีพตัวองในสังคมนี้ได้ครับ.
    ดังนั้น จากข้อ 7. เราต้องบันทึกความรู้ที่เรารู้แล้ว
    ให้เป็นความรู้ยาวนานติดสมอง
    โดยทำดังต่อไปนี้ค๊ะ
    - ให้นึก ! โน๊ตย่อที่เราสรุปเอง อาทิตย์ละหน ติดต่อกัน ซัก 1 เดือนหรือ 4 อาทิตย์
    นึกนะครับ . ไม่ใช่เปิดดูถ้านึกไม่ออก แสดงว่าไม่ได้สรุปเองแล้วล่ะเปิดหนังสือ แล้วสรุปตามแหง ๆ
    จากนั้นให้ทิ้งห่างเป็น นึก 1 เดือนต่อครั้ง
    จนเริ่มรู้สึกเบื่อ เพราะนึกทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว
    ให้เลิกครับ. ใกล้สอบค่อยว่ากันอีกที
    กระบวนการที่ว่านึกตั้งแต่ 1 อาทิตยืจนเลิกนึกนี่
    คาดว่าไม่ตำกว่า 3 เดือนนะครับ.
    ใครน้อยกว่านี้ แสดงว่าโกหกตัวเองชัวร์


    9. กระบวนการสุดท้าย เป็นการเพิ่มพลังความมั่นใจในตัวเองซึ่งต้องกระทำติดต่อกันบ่อยๆ เรื่อยๆ คือกระบวนการสอบแข่งขันครับ.


    ตรงนี้สำคัญมาก ถ้าเป็นไปได้สอบแข่งซะแต่
    ม.1 จนจบ ม.6 เลย จะทำให้เรารู้อันดับตัวเอง
    เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆ ครับ. เช่นเราอาจจะเรียนได้เกรดดี แต่พอสอบแข่ง จริง ๆล่ะ สู้เขาได้ใหม
    ทักษะในการทำข้อสอบ มีใหม
    เข้าห้องก็เดินหน้าลุยทำแต่ข้อแรกยันข้อสุดท้ายเลยหรือเปล่า
    ก็พวก สมาคม โอลิมปิก หรืออะไรก็ตามที ทั้งสอบแข่งในโรงเรียน
    เช่น โรงเรียนจัดเอง หรือสัปดาห์ต่าง เช่น สัปดาห์วันวิทยาศาสตร์
    ภาษาอังกฤษ โคงงงานวิทยาศาตร์ ตอบปัญหาภาษาไทย อังกฤษ ฯลฯ
    สุดท้ายทั้งหมดที่ว่ามา ถ้าน้องคนไหนทำได้นะครับ. ซัก 1 - 2 ปี รู้ผลแน่
    พี่รับรองได้ 100 % เลยว่าอย่างน้อยต้องอยู่ในอันดับ 1 - 3 ของชั้น
    แน่นอน อันดับระดับประเทศ ก็ไม่เกิน 50 อย่างมาก
    อ้อ ลืมบอกไปครับ. สิ่งสำคัญคือการอ่านล่วงหน้าครับ.
    ช่วงปิดเทอม ก็อ่านของเทอมหน้านู้น


    ที่มา -- http://blog.eduzones.com/unspecialme/9608



ฟรีเว็บบอร์ด โดย ICHAT เว็บไซต์ให้บริการสร้างเว็บบอร์ด ฟอรั่ม กระดานสนทนา กระดานถามตอบ กระดานบอร์ด เว็บไซต์รุ่น เว็บไซต์ส่วนตัว ที่เป็นมากกว่าคำว่า FREE !!
เวลาบน Server : พุธ 23 เดือน กรกฏาคม 2557 04:09:17 ; โหลดหน้านี้ : 0.0199 วินาที แต่งรูปจีนโดยโปรแกรมจีน