ฟรีเว็บบอร์ด | สร้างเว็บบอร์ดฟรี | บันทึกหน้านี้ | 11014 เข้าชม | 507 คะแนน | ให้คะแนน
::: ผู้สนับสนุน :::
>>> หมวดหมู่หลัก : ** หมวดวิชาการ ** : : : หมวดหมู่ย่อย : เกร็ดความรู้ หม่อนไหม <<<
หัวข้อกระทู้ หม่อนกินผล พันธุ์เชียงใหม่ พันธุ์หม่อนผลสดที่ดีที่สุด ( อ่าน 21191 ครั้ง ) บันทึกหน้านี้

Post By : prommi

รูปของสมาชิก prommi
ระดับ : ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
IP : 182.52.86.xxx
กระทู้ : 54 โพส
พลังน้ำใจ : 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ค่าพลังชีวิต : 1.05%
HP member status
ค่าประสบการณ์ : 100%
member status

ข้อมูลสมาชิกของ
::: เมื่อ : จันทร์ 31 เดือน ตุลาคม ..2554 11:05:09 ::: กระทู้ : คะแนน ::: อ่านแล้ว : 21191 ครั้ง :::
Quote Topic Save Topic No Use Topic



  • หม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่ มีดีอย่างไร
    ?

    1. สามารถปลูกได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย
    2. ปลูกและดูแลรักษาง่าย ขอแค่ให้มีน้ำเพียงพอก็ให้ผลแล้ว
    3. ให้ผลผลิตประมาณ 1,000 กิโลกรัม/ไร่/ปี เมื่อต้นหม่อนมีอายุ 3 ปีขึ้นไปหลังปลูก
    4. ผลผลิตที่ได้ปลอดภัยจากสารพิษ เพราะขณะนี้ยังไม่พบว่ามีความจำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดโรคและแมลงศัตรูพืช
    5. ผลมีสีแดงสดใสจนถึงสีแดงเข้ม (ผลห่าม) ดุจดังสีทับทิมสยาม สำหรับผลสุกให้สีม่วง เมื่อนำไปแปรรูปจะได้ ผลิตภัณฑ์สีสดใส ถูกใจ ผู้บริโภค

    การปลูกหม่อนผลสดพันธุ์เชียงใหม่

    1. เพื่อปลูกเป็นไม้ประดับ เพราะสามารถเป็นได้ทั้งไม้ใบและไม้ผล
    2. ปลูกเพื่อผลิตผลหม่อนเชิงพาณิชย์

    การเลือกพื้นที่

    1. ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง
    2. ดินไม่เป็นกรด หรือด่างมากเกินไป
    3. สภาพพื้นดินไม่เคยเกิดการระบาดโรครากเน่าของหม่อนมาก่อน
    4. สามารถให้น้ำได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ที่หม่อนกำลังติดดอกออกผล
    5. พื้นที่คมนาคมสะดวก
    6. อยู่ใกล้ตลาดและโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปผลหม่อน

    การปลูกมี 2 วิธี

    วีธีที่ 1. การปลูกเป็นแถว

             -  ไถดินลึก 30 เซนติเมตร

             -   ขุดร่องกว้าง 30 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร รองก้นร่องด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 2-3 ตัน/ไร่ กลบดิน ปลูกหม่อนระยะระหว่างต้น 75 เซนติเมตร ระหว่างแถว 2-3 เมตร

    วิธีที่ 2. ปลูกเป็นหลุม

             -   เตรียมหลุดขนาด 30x30x30 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุม 2-4 เมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3-5 กิโลกรัม

             -    ปลูกต้นกล้าหม่อนกลบโคนให้แน่นและรดน้ำให้ชุ่ม

    การใส่ปุ๋ย

    ครั้งที่ 1 ต้นฤดูฝน ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก อัตรา 1,000-3,000 กิโลกรัมต่อไร่ (ตามความอุดมสมบูรณ์ของดิน) ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่

    ครั้งที่ 2 ต้นฤดูหนาว ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่

    ครั้งที่ 3 เพื่อเพิ่มความหวานใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ ในระยะผลหม่อนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูแดง

    การให้น้ำ

    1. ต้องให้น้ำหม่อนในระยะติดผล
    2. ให้น้ำในระยะอื่นๆ  พิจารณาตามความเหมาะสมเมื่อฝนทิ้งช่วง

    การบังคับทรงพุ่ม

    1. เลือกกิ่งสมบูรณ์ไว้ประมาณ 5 กิ่ง/ต้น ตัดไว้ตอช่วงต้นฤดูฝนเพื่อให้แตกกิ่งแขนง สร้างทรงพุ่มให้แตก
    2. หม่อนจะออกดอกราวเดือนมกราคม-มีนาคม และเก็บเกี่ยวผลหม่อนในช่วงปลายฤดูหนาว-ฤดูร้อน

    การเก็บเกี่ยวผลหม่อน

    1. เพื่อบริโภคผลสด ควรเก็บเกี่ยวผลหม่อนสีม่วงแดง หรือสีม่วงดำ
    2. เพื่อการแปรรูป การทำน้ำผลหม่อนที่มีสีแดงควรเก็บเกี่ยวในระยะผลสีแดงม่วงผสมกับสีม่วง  การแปรรูปเป็นไวน์ควรเก็บเกี่ยวในระยะสีม่วงดำ  

    การเก็บรักษาผลหม่อน

    1. การบริโภคผลสด นำมาบรรจุในกล่องกระดาษเป็นชั้นๆ หนาไม่เกิน 2 ชั้น ทำการปิดกล่องเพื่อรอการขนส่งและจำหน่าย
    2. การแปรรูป อาทิ น้ำหม่อน แยมหม่อน ไวน์หม่อน เยลลี่ หากไม่สามารถนำไปแปรรูปได้ทันที ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิ -14 องศาเซลเซียส สามารถเก็บไว้ได้นานถึง 12 เดือน
    การเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาผลหม่อน
     การ เก็บเกี่ยวผลนับเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกิจกรมภายในสวนก่อนนำเข้าสู่กระบวนการ การเก็บรักษาผล การขนส่ง และการตลาด เนื่องจากผลหม่อนมีขนาดผลเล็กและมีระยะเวลาสุกของผลไม่พร้อมกันหมดทั้งต้น แต่เป็นการค่อยๆ สุกทีละผลและจะต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นระยะเวลานานเป็นเดือน อีกทั้งผลหม่อนเป็นผลไม้ที่มีความบอบช้ำได้ง่าย ดังนั้นวิธีการเก็บเกี่ยวผลหม่อนจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง จึงขอแนะนำวิธีการเก็บเกี่ยว ดังนี้
                    1. การเก็บเกี่ยวผลเพื่อรับประทานผลสด        เมื่อผลหม่อนเริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดง เป็นสีแดง- ดำหรือสีดำ ก็เก็บผลได้โดยการใช้มือเก็บทีละลูกเนื่องจากผลหม่อนสุกไม่พร้อมกันหากปล่อย ทิ้งไว้จนผลเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำผลจะร่วงลงสู่พื้นดินทำให้เก็บเกี่ยวผลผลิต ได้น้อย หลังจากเก็บผลหม่อนมาแล้วนำมาบรรจุในกล่องกระดาษโดยเรียงเป็นชั้น ๆ ไม่เกิน 2 ชั้น ทำการปิดกล่องเพื่อรอการขนส่งและจำหน่ายต่อไป หากไม่สามารถขนส่งได้ทันทีควรเก็บไว้ในห้องเย็นอุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส
                    2. การเก็บเกี่ยวเพื่อการแปรรูป         หากต้องการนำไปทำน้ำผลหม่อนที่มีสีแดงก็เลือกเก็บเกี่ยวในระยะผลแดง แต่หากต้อการให้น้ำผลไม้มีสีคล้ำก็เก็บผลในระยะสีดำ สามารถนำผลหม่อนไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้ทันที หากไม่สามารถแปรรูปได้ทันที ควรเก็บรักษาไว้โดยบรรจุในถุงพลาสติก หรือ ตะกร้าผลไม้ ในห้องเย็นที่มีอุณหภูมิ -22 องศาเซลเซียส สามารถเก็บได้นาน 6 เดือน

    การเก็บรักษาผลหม่อน
                หม่อน รับประทานผล ผลิตผลหม่อนออกมาในฤดูกาลเป็นระยะเวลาสั้น คือประมาณ 30 -40 วันเท่านั้น ทำให้การนำผลหม่อนไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ จำต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อมิให้ผลหม่อนที่สุกเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นการเก็บรักษาผลหม่อนเพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เป็นระยะเวลา นานมากขึ้นจึงมีความจำเป็นยิ่ง แต่การเก็บรักษาผลหม่อนนั้นแตกต่างกันไปตามแต่วัตถูประสงค์ของการนำไปใช้ ประโยชน์ คือ

    1. การ เก็บรักษาเพื่อการรับประทานผลสด         ควรเก็บผลหม่อนจากต้นในระยะที่มีผลสีแดงเข้มแล้วนำมาใส่ภาชนะที่โปร่งวาง ซ้อนกันไม่สูงมากนัก จะสามารถเก็บรักษาผลหม่อนได้เป็นระยะเวลา 2 -3 วัน โดยที่คุณภาพของผลหม่อนยังคงเดิม  คือมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว ซึ่งจะมีความหวานประมาณ 8 -10 °Brix. และมีปริมาณกรด 1.7 – 2.0 กรัม /ลิต มีสีสันแดงอมม่วงหรือดำ หากเก็บรักษาไว้นานกว่านี้จะทำให้ผลหม่อนมีปริมาณกรดน้อยลง และเปลี่ยนสีเป็นสีดำทำให้ไม่น่ารับประทานสด
    2. เก็บรักษา ในห้องเย็น          ควรเก็บรักษาไว้โดยบรรจุในถุงพลาสติกขนาดบรรจุถุงละ 10 กิโลกรัม หรือบรรจุลงในตะกร้าผลไม้ และนำไปเก็บไว้ที่ห้องเย็นที่มีอุณหภูมิ – 22 องศาเซลเซียสจะเก็บได้นาน 6 เดือน
    3. คุณสมบัติทางกายภาพ ของผลหม่อนสายพันธุ์เชียงใหม่ สีแดง – แดง –ดำและดำ
      ที่เก็บ รักษาไว้ในอุณหภูมิห้องในระยะเวลาต่างกัน

       

      ระยะผลหม่อน

      ระยะเวลาเก็บรักษาผลหม่อน (วัน)

      1

      2

      3

      4

      5

      ผลสีแดง

      ผลสีแดง

      ผลสีดำ- แดง

      ผลสีดำ- แดง

      ผลสีดำ-แดง

      ผลสีดำ

      ผลสีแดง- ดำ

      ผลสีแดง- ดำ

      ผลสีดำ

      ผลสีดำ

      ผลสีดำ

      ผลสีดำ

      ผลสีดำ

      ผลสีดำ

      ผลสีดำเข้ม

      ผลสีดำเข้มค่อนข้างและ

      ผลสีดำเละ

      ผลสีดำเละ

          ปริมาณกรดของผลหม่อนสายพันธุ์เชียงใหม่  สีแดง  แดง  - ดำและดำที่เก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิห้องในระยะเวลาต่างกัน (กรัม / ต่อลิตร)

       

      ระยะผลหม่อน

      ระยะเวลาเก็บรักษาผลหม่อน (วัน)

        1                  2                   3                    4                  5                 เฉลี่ย

      แดง
      แดง-ดำ
      ดำ

      2.05            1.89              2.01                1.7                1.19             1.77
      1.47            1.21              1.61                1.4                0.68             1.27
      0.77            0.49              0.61              0.56                0.19             0.52

      เฉลี่ย

      1.43            1.20              1.41               1.22               0.68             1.19

      การ เปรียบเทียบปริมาณของแข็งที่ละลายได้ในน้ำ  ของผลหม่อนสายพันธุ์  เชียงใหม่  สีแดง  แดง-ดำและดำ  ที่เก็บรักษาไว้ในอุณหภูมิห้องในระยะเวลาต่างกัน (°Brix.)

       

      ระยะผลหม่อน

      ระยะเวลาเก็บรักษาผลหม่อน (วัน)

        1                  2                   3                    4                  5                 เฉลี่ย

      แดง
      แดง-ดำ
      ดำ

      7.93             7.83                8.57               9.53           10.43            8.86
      8.93             8.87                9.07               9.67           14.67           10.24
      15.13           14.60            15.23             15.93           16.17           15.41

      เฉลี่ย

      10.67           10.43            10.96             11.71           13.76           11.50

      ส่วนประกอบทางเคมีของผลหม่อน (ต่อน้ำหนักแห้ง  100  กรัม)

      ส่วนประกอบ

      ผลห่าม (สีแดง)

      ผลสุก (สีม่วง)

       

      โปรตีน (protein)
      คาร์โบไฮเดรท (carbohydrate)
      ไขมัน  (fat)
      แคลเซียม  (calcium)
      ฟอสฟอรัส  (phosphorus)
      เหล็ก  (iron)
      วิตามิน  เอ  (vitamin  A)
      วิตามิน  บี1  (vitamin  B1)
      วิตามิน  บี2  (vitamin  B2)
      วิตามิน  บี6  (vitamin B6)
      วิตามินซี  (vitamin C)
      กรดโฟลิก  (folic acid)
      ไนอะซีน  (niacin)
      แทนนิน  (tannin)
      กรดมะนาว  (citric acid)
      เส้นใย  (fiber)
      เถ้า  (ash)
      ความเป็นกรด-ด่าง (pH)
      ความชื้น  (mristure)

       

      2.24
      4.91
      1.35
      ND
      ND
      ND
      ND
      ND
      ND
      ND
      ND
      ND
      ND
      ND
      4.71
      ND
      ND
      4.05
      ND

       

      1.68
      21.35
      0.47
      0.21
      0.07
      43.48
      25.00
      50.65
      3.66
      930.10
      4.16
      6.87
      0.72
      1.06
      1.51
      2.03
      1.52
      5.90
      72.95

      ที่มา : สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และกองเกษตรเคมี   และ นาย วิโรจน์ แก้วเรือง               นักวิชาการ กรมหม่อนไหม เกษตรเชี่ยวชาญ 




       

ฟรีเว็บบอร์ด โดย ICHAT เว็บไซต์ให้บริการสร้างเว็บบอร์ด ฟอรั่ม กระดานสนทนา กระดานถามตอบ กระดานบอร์ด เว็บไซต์รุ่น เว็บไซต์ส่วนตัว ที่เป็นมากกว่าคำว่า FREE !!
เวลาบน Server : ศุกร์ 25 เดือน กรกฏาคม 2557 04:40:00 ; โหลดหน้านี้ : 0.0117 วินาที แต่งรูปจีนโดยโปรแกรมจีน