ฟรีเว็บบอร์ด | สร้างเว็บบอร์ดฟรี | บันทึกหน้านี้ | 159642 เข้าชม | 1226 คะแนน | ให้คะแนน
::: ผู้สนับสนุน :::
>>> หมวดหมู่หลัก : พูดคุยเรื่องทั่วไป : : : หมวดหมู่ย่อย : ความรู้ <<<
หัวข้อกระทู้ แสนยานุภาพกองทัพจีน ( อ่าน 574 ครั้ง ) บันทึกหน้านี้

Post By : tinnyjob

ระดับ : ผู้ดูแลเว็บบอร์ด
IP : 203.151.162.xxx
กระทู้ : 812 โพส
พลังน้ำใจ : 6
ออฟไลน์ ออฟไลน์
ค่าพลังชีวิต : 16.80%
HP member status
ค่าประสบการณ์ : 100%
member status

ข้อมูลสมาชิกของ
::: เมื่อ : พุธ 19 เดือน ธันวาคม ..2555 23:51:00 ::: กระทู้ : คะแนน ::: อ่านแล้ว : 574 ครั้ง :::
Quote Topic Save Topic No Use Topic

  •  






    จีนได้กำหนดนโยบายการพัฒนากองทัพให้ทันสมัยในระยะ ๕ ปี ไว้ในสมุดปกขาวปี ๒๕๔๕ ที่สำคัญ ๕ ประการ ได้แก่

    ๑) การส่งเสริมการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์

    ๒) ฝึกอบรมบุคลากรให้ชำนาญและพร้อมรบกับยุทโธปกรณ์สมัยใหม่

    ๓) ปฏิรูปโครงสร้างกองทัพให้มีความเป็นระบบ

    ๔) พัฒนาปรับปรุงหลักนิยมทางทหารสำหรับการปฏิบัติการรบตามแบบจีน


    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    ๕) เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการรบทั้งด้านปฏิบัติการร่วม-ปฏิบัติการที่มี หลายวัตถุประสงค์-ปฏิบัติ การรบเคลื่อนที่ ทั้งนี้จีนได้เร่งพัฒนาเทคโนโลยีทางทหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
     

    กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน


    ปัจจุบัน กองทัพจีนเป็นกองทัพที่มีกำลังพลมากที่สุดในโลก แต่ในด้านอาวุธยุทโธปกรณ์และประสิทธิภาพการรบในสงครามสมัยใหม่ที่ใช้ เทคโนโลยีระดับสูง จีนยังมีความล้าหลังกว่าประเทศตะวันตกมาก ตามแผนการพัฒนากองทัพ ซึ่งผู้นำจีนแถลงต่อที่ประชุมสมัชชาพรรคคอมมิวนิสต์จีนชุดที่ ๑๕ เมื่อ ก.ย.๔๐
     

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    จึงให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกต่อการเร่งพัฒนากำลังพลให้มีประสิทธิภาพและมี ขีดความสามารถในการทำสงครามจำกัดเขตภายใต้สถานการณ์การรบสมัย ใหม่ โดยจะมีการลดขนาด ของกองทัพให้เล็กลง 


    พร้อมกับเร่งเพิ่มประสิทธิภาพในการรบโดยจัดหายุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยเข้าประจำ การ จุดมุ่งหมายสำคัญของแผนพัฒนากองทัพดังกล่าว เพื่อให้สามารถสนับสนุนบทบาทของจีนในฐานะมหาอำนาจในเวทีการเมืองระหว่าง ประเทศ 


    ปัจจุบันจีนมีกำลังพลประมาณ ๒,๔๗๐,๐๐๐ นาย (ทบ. ๑.๗๓ ล้านนาย ทร. ๒๓๐,๐๐๐ นาย ทอ. ๔๒๐,๐๐๐ นาย และกองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์ ๙๐,๐๐๐ นาย) และจะดำเนินการลด

    กำลังพลลงอีก ๒๐๐,๐๐๐ นาย ก่อนสิ้นปี ๒๕๔๘ สำหรับงบประมาณป้องกันประเทศของจีนในปี ๒๕๔๗ มีจำนวน ๒๕,๐๐๐ ล้านเหรียญ อม. (เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๑.๖ จากปี ๒๕๔๖ ซึ่งมีจำนวน ๒๒,๔๐๐ ล้านเหรียญ อม.)

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน

     

     

     

    กองทัพบก



     

     

     

    กองทัพบกจีน มีกำลังพลประจำการ ประมาณ ๑,๗๓๐,๐๐๐ นาย ไม่มี บก.ทบ. และ ผบ.ทบ. แต่ประธานคณะเสนาธิการทหารจะทำหน้าที่ ผบ.ทบ.อีกตำแหน่งหนึ่ง เมื่อจะต้องติดต่อหรือประสานงานกับต่างประเทศ กำลังรบ ประกอบด้วย ๗ ภาคทหาร ๒๗ มณฑลทหารบก (มทบ.) 

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    ๒๑ หมู่กองทัพ (มีการจัดเทียบเท่ากองทัพน้อย (ทน.) โดย ๑ ทน. ประกอบด้วย ๓ พล.ร. ๑ พล.น้อย ป. ๑ พล.ถ. และ ๑ พล.น้อย.ปตอ.) และหน่วยระดับกองพลประมาณ ๑๐๐ กองพล 


    การวางกำลังกระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ ในภาวะสงคราม ภาคทหารจะแปรสภาพเป็น ทบ.ยุทธบริเวณ

     

     

     

     

    10c

     

     

     

    กอง ทัพบกจีนมีแผนระยะยาวที่จะปรับปรุงกำลังภาคพื้นดินให้เป็นหน่วยเคลื่อนที่ เร็ว รวมทั้งปรับปรุงอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัยและปรับปรุงการส่งกำลังบำรุงให้ รวดเร็วขึ้น แต่เนื่องจากยังไม่มีงบประมาณเพียงพอ นโยบายเฉพาะหน้าจึงมุ่งพัฒนาเพียง ๑๐ กองพล ให้เป็นกองพลเคลื่อนที่เร็ว จีนได้ถอนกำลังออก


    จากภาคทหารที่ติดต่อกับเวียดนามและรัสเซียจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ นาย โดยนำกำลังส่วนหนึ่งเข้าประจำการในภาคทหารทาง ตอ.และ ตอ./ต.ของประเทศด้านตรงข้ามไต้หวัน และทะเลจีนใต้
     
    ทั้ง นี้ เพื่อป้องกันเมืองหลวงและเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการในบริเวณดัง กล่าวเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาขีดความสามารถในการใช้ระบบสื่อสารการสั่งการแบบรวมการในยุทธ บริเวณ และยังใช้นโยบาย "พึ่งพาตนเอง" (Self - Sufficiency) จึงสนใจที่จะซื้อเทคโนโลยีมากกว่ายุทโธปกรณ์สำเร็จรูป

     

     

    กองทัพเรือ

     

     

     

     

     

     


     


    กองทัพเรือมีกำลังพลประจำการจำนวน ๒๓๐,๐๐๐ นาย (รวมหน่วยบินทหารเรือและนาวิกโยธิน) ประกอบด้วยกองเรือทะเลตะวันออก (East Sea Fleet) (จัดอยู่ในภาคทหารนานจิง) กองเรือทะเลเหนือ (North Sea Fleet) (จัดอยู่ในภาคทหารจี้หนาน) กองเรือทะเลใต้ (South Sea Fleet) (จัดอยู่ในภาคทหารกวางโจว) หน่วยบินทหารเรือ และหน่วยป้องกันชายฝั่ง

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน

     

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    นอกจากนี้ยังปรับปรุงและขยายฐานทัพตลอดแนวฝั่งทะเลของประเทศด้วย จีนยังมีฐานที่มั่นบนเกาะ (Out posts) ๗ แห่ง มีกำลังทหารประจำการ ๖๕๐ นาย และมีกำลังทางเรือประมาณ ๕–๗ ลำ เพื่อลาดตระเวนและสำรวจการฝึกบริเวณหมู่เกาะที่จีนอ้างกรรมสิทธิ์ตลอดปี โดยเคลื่อนไหวอย่างจำกัดในบริเวณหมู่เกาะพาราเซล นอกจากนี้ จีนได้สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกบนเกาะไหหลำ 


    และเกาะวู้ดดี้ ในหมู่เกาะพาราเซลและหมู่เกาะสแปรตลีย์ โดยมีสนามบินคอนกรีตขนาด ๘,๐๐๐ ฟุต สามารถรองรับ บ.ทหารทุกประเภท และมีถังน้ำมันเชื้อเพลิง ๔ ถัง ขนาดรวม ๗.๒ ล้านแกลลอน ซึ่งสามารถใช้สนับสนุนปฏิบัติการทางอากาศขนาดใหญ่ได้ และจีน

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    สามารถปฏิบัติการโจมตีทางทะเลจากฐานบินบนเกาะไหหลำ โดยใช้ บ. B-๖D/BADGER ติดขีปนาวุธอากาศสู่พื้น และ บ. FB-๗/FLOUNDER ทั้งนี้จีนได้กำหนดแผนการพัฒนาและปรับปรุงกองทัพเรือไว้ ๓ ขั้นตอน คือ

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน
    ขั้นตอนที่ ๑ (๒๕๓๐ - ๒๕๔๓) เน้นการสร้างเรือรบติดขีปนาวุธประเภทต่างๆ รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน



    ขั้นตอนที่ ๒ (๒๕๔๔ - ๒๕๖๓) เน้นการสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดเบา (ระวางขับน้ำ ๒๐,๐๐๐ - ๓๐,๐๐๐ ตัน) ตลอดจนจัดหาเครื่องบินขึ้น-ลงทางดิ่ง และเรือชนิดต่าง ๆ เพื่อจัดตั้งเรือกองบรรทุกเครื่องบินเฉพาะกิจ

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน



    ขั้นตอนที่ ๓ (๒๕๖๔ - ๒๕๘๓) จีนหวังว่าขีดความสามารถทางเรือของตนจะทัดเทียมกับรัสเซียหรือสหรัฐฯ โดยจะสามารถปฏิบัติการได้ทุกแห่งในโลก

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    ทั้งนี้มีรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีนระวางขับน้ำ ๔๘,๐๐๐ ตัน เข้าประจำการได้ในปี ๒๕๔๙ ส่วนการประกอบกำลังเป็นกองเรือบรรทุกเครื่องบินคงต้องใช้เวลาอีก ๓-๔ ปี ดังจะเห็นได้จากการที่จีนเริ่มต่อเรือลาดตระเวนระวางขับน้ำ ๑๐,๐๐๐ ตัน 

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    และจัดเรือลาดตระเวนขนาดใหญ่จากต่างประเทศ รวมทั้งได้ลงนามในสัญญาการจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบ SU ๓๐ MKK ของรัสเซีย จำนวน ๒๘ เครื่อง

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน

     

     

    ปัจจุบัน กองทัพเรือจีนสามารถปฏิบัติการได้ไกลฝั่งและมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น ด้วยการเพิ่มจำนวนเรือดำน้ำ เรือพิฆาต เรือฟรีเกต เครื่องบินรบที่ทันสมัย ตลอดจนโครงการต่อเรือบรรทุกเครื่องบิน การปรับปรุงระบบการควบคุมบังคับบัญชา การติดต่อสื่อสารด้วยระบบคอมพิวเตอร์ และดาวเทียม 


    กองทัพอากาศ

     

     

    20c

     

     

    กอง ทัพอากาศมีกำลังพลประจำการประมาณ ๔๒๐,๐๐๐ นาย แบ่งเป็น ๗ ภาคทหารอากาศ (ภทอ.) ผบ.ภาคทหารอากาศจะเป็น รอง ผบ.ภาคทหารด้วย ภทอ. มี นขต.รองลงไปตามลำดับได้แก่ กองทัพบินหรือกองทัพน้อยบิน กองพลบิน กองบิน ฝูงบิน และหมวดบิน
     

    การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของจีน

     

    วันชาติจีน แสนยานุภาพกองทัพใน วันชาติจีน ครบรอบ 60 ปี

     

     

    จีน ถือว่ายุทธศาสตร์ทางทหารที่สำคัญประการหนึ่งคือ การคงกองกำลังนิวเคลียร์ไว้ เนื่องจากยังมีความเป็นไปได้ที่จีนจะเผชิญภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยอาวุธ นิวเคลียร์จากบางประเทศ จีนจึงจำเป็นต้องเสริมสร้างกองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์ และอาวุธนิวเคลียร์เพื่อใช้ในสงครามตามแบบสมัยใหม่ ซึ่งจีนยืนยันว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ยุทธศาสตร์ในจำนวนจำกัด เพื่อมิให้มหาอำนาจนิวเคลียร์อื่นผูกขาดการครอบครองอาวุธนิวเคลียร์หรือนำมา ใช้เป็นอำนาจต่อรองกับจีน
     


    จีน ถือว่าโครงการอวกาศเป็นความภาคภูมิใจและเกียรติภูมิของชาติ รวมทั้งเล็งเห็นว่าความก้าวหน้าทางด้านนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการพัฒนา เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ และการป้องกันประเทศ เป็นส่วนสำคัญในการสร้างพลังอำนาจแห่งชาติ ซึ่งจีนใช้งบประมาณด้านโครงการอวกาศทั้งหมด ๒,๓๐๐ ล้านเหรียญ อม. นอก จากนี้ จีนยังมีเป้าหมายที่จะสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร สร้างฐานบนดวงจันทร์เพื่อสำรวจแหล่งแร่ภายในปี ๒๕๕๓ และสถานีอวกาศ รวมทั้งมีโครงการส่งดาวเทียมตรวจสอบภัยพิบัติ ดาวเทียมรับส่งข้อมูล และดาวเทียมถ่ายทอดสัญญาณ ภาพโดยตรง ทั้งนี้นักวิเคราะห์คาดว่าจีนจะก้าวขึ้นเป็นคู่แข่งด้านอวกาศที่สำคัญของ สหรัฐฯ ในช่วงต้นศตวรรษที่ ๒๑ ด้วยความช่วยเหลือของรัสเซีย ซึ่งเมื่อปี ๒๕๔๔ รัสเซียได้ทำข้อตกลงความร่วมมือด้านอวกาศกับจีนระยะ ๕ ปี เพื่อให้ทั้งเทคโนโลยีและการฝึกอบรมแก่จีน

    เนื่องจากเห็นว่าการที่สหรัฐฯ เป็นประเทศอภิมหาอำนาจเพียงประเทศเดียวนั้น เป็นอันตรายต่อโลก ภูมิภาค และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อจีน

    บทความของ พ.ท.เดนนิส เจ บลาสโก ชื่อ "Chinese Army Modernization: An Overview" ในวารสาร Military Review ฉบับ เดือน กันยายน – ตุลาคม ๒๐๐๕ ได้เล่าถึงการดำเนินการที่มุ่งไปสู่ความทันสมัยของกองทัพจีน หรือที่เรียกกันว่า PLA (People's Liberation Army) นั้น ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๗๙ (พ.ศ.๒๕๒๒) หลังจากสงครามสั่งสอนเวียดนาม (สงคราม ที่จีนมีอัตราความสูญเสียสูงกว่าเวียดนามมาก ทำให้จีนต้องหันกลับมามองกองทัพของตนเองใหม่) โดยการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัยนั้นจีนได้กำหนดความเร่งด่วนดังนี้ ลำดับแรกคือ กองทัพเรือ (PLA Navy: PLAN) ลำดับต่อมาคือ กองทัพอากาศ (PLA Air Force: PLAAF) และตามมาด้วย กองกำลังขีปนาวุธทางยุทธศาสตร์ (ซึ่งรู้จักกันในนาม The Second  Artillery) และ หน่วยที่ได้รับความเร่งด่วนน้อยที่สุดคือ กองกำลังทางบก

    โดยการปรับปรุงให้กองทัพ PLA มี ความทันสมัยในช่วง ๑๐ ปี แรกนั้น ภัยคุกคามหลักของจีนนั้นมุ่งไปที่สหภาพโซเวียต ในขณะที่ปัญหาไต้หวันยังเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในระดับต่ำ ต่อมาในช่วง ค.ศ.๑๙๙๕ – ๑๙๙๖ (พ.ศ.๒๕๓๘ – ๒๕๓๙) ปัญหา เกิดขึ้นบริเวณเกาะไต้หวัน เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงภายใน ทำให้ทิศทางของการพัฒนากองทัพมุ่งไปสู่การรองรับภัยคุกคามที่เกิดจากการ พยายามแยกตัวของไต้หวัน

    06c


    จีนยืนยันนโยบายนิวเคลียร์ ๓ ประการตลอดมา คือ
    ๑) จะไม่เป็นฝ่ายเริ่มใช้อาวุธนิวเคลียร์
    ๒) จะไม่ใช้กับประเทศที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์
    ๓) ไม่ ใช้ต่อเขตปลอดอาวุธนิวเคลียร์ ยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ของจีนมุ่งต่อการป้องปรามมหาอำนาจ  นิวเคลียร์อื่น โดยคงกองกำลังนิวเคลียร์ทางยุทธศาสตร์ในระดับที่สามารถโจมตีถึงเมืองสำคัญ ของมหาอำนาจนิวเคลียร์อื่นได้ ทั้งนี้ กองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์ของจีนหรือหน่วยบัญชาการทหารปืนใหญ่ที่ ๒ มีกำลังพลประมาณ ๙๐,๐๐๐ นาย การจัดแบ่งออกเป็นหน่วยขนาดกองทัพ ๖ หน่วย



    การพัฒนากองทัพของจีนให้พร้อมกับการทำสงครามสมัยใหม่
    จีนตระหนักว่าหัวใจสำคัญของสงครามสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงคือ สงครามข่าวสาร (Wars of Information) เพราะจะช่วยให้รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามมีการเคลื่อนย้ายกำลังรวดเร็วเพียงใดและรู้ ที่ตั้งของฝ่ายตรงข้ามอย่างถูกต้องแม่นยำ (รวมทั้งระบบอาวุธของฝ่ายตรงข้าม) ซึ่ง มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบัญชาการรบ ดังนั้นจีนจึงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศ เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร และในเชิงพาณิชย์ 

    อนึ่ง เมื่อ ๑๕ ต.ค.๔๖ เวลา ๐๙๐๐ จีนประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศ Shenzhouv พร้อม น.ท.หยาง หลี่เว่ย นักบินอวกาศคนแรกของจีนขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรกด้วยจรวดนำส่ง "Long March II F" จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวน มณฑลกานซู โดยโคจรรอบโลก ๑๔ รอบเป็นเวลา ๒๑ ชม. ๒๓ นาที คิดเป็นระยะทาง ๖๐๐,๐๐๐ กม. ก่อนเดินทางลงสู่พื้นได้อย่างปลอดภัย ที่เขตปกครองของมองโกเลียใน เมื่อ ๑๖ ต.ค.๔๖ เวลา ๐๖๒๓ 


    ทำให้จีนเป็นประเทศที่ ๓ ของโลกต่อจากรัสเซียและสหรัฐฯ ที่สามารถส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศได้เป็นผลสำเร็จเมื่อ ๔๒ ปีก่อน

     

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อพัฒนากองทัพอากาศมีทั้งที่ผลิตเองและจัดหาจาก ต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญต่อการผลิต บ. SU–๒๗ และ F-๑๐ รวมทั้งมีการพัฒนา บ.เตือนภัยล่วงหน้า บ.เติมเชื้อเพลิงในอากาศและ บ. FB-๗ ซึ่งเป็น บ.โจมตีทิ้งระเบิดทางทะเล
     
    สำหรับ บ. SU-๒๗ ของ ทอ.จีน ที่ฐานทัพอากาศสุ้ยซี มณฑลกวางตุ้ง สามารถปฏิบัติการได้ครอบคลุมถึงพื้นที่หมู่เกาะพาราเซล
     

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    ภาคเหนือ–ภาคกลางของเวียดนาม สปป.ลาวเกือบทั่วประเทศ และพื้นที่ภาค ตอ./น. ของ ไทยบางส่วน และถ้าใช้สนามบินบนเกาะวู้ดดี้ในหมู่เกาะพาราเซลเป็นสนามบินต่อระยะ 

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    จะทำให้สามารถปฏิบัติการครอบคลุมพื้นที่ภาคกลางของเวียดนามและภาคใต้ของ สปป.ลาวและพื้นที่ตอนเหนือของหมู่เกาะสแปรตลี และหากใช้ บ. H-๖ เติมเชื้อเพลิงในอากาศให้กับ บ.รบ จะทำให้ ทอ.จีน มีขีดความสามารถปฏิบัติการทางอากาศในภูมิภาคเอเชีย ตอ./ต.ได้อีกด้วย

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน

     

     

    LD-2000

     

     

    C-RAM 





    กองทัพจีน



    PZG-95

     


     

    แสนยานุภาพ กองทัพ จีน


    รวมทั้งขีปนาวุธ โครงการอวกาศ และจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย โดยเฉพาะเครื่องบินขับไล่ เรือพิฆาต เรือดำน้ำ
     


    ที่มา http://www.dek-d.com/board/view.php?id=1675623

ฟรีเว็บบอร์ด โดย ICHAT เว็บไซต์ให้บริการสร้างเว็บบอร์ด ฟอรั่ม กระดานสนทนา กระดานถามตอบ กระดานบอร์ด เว็บไซต์รุ่น เว็บไซต์ส่วนตัว ที่เป็นมากกว่าคำว่า FREE !!
เวลาบน Server : พฤหัสบดี 2 เดือน ตุลาคม 2557 21:28:32 ; โหลดหน้านี้ : 0.2241 วินาที แต่งรูปจีนโดยโปรแกรมจีน